วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

                                 เด็กหลอดแก้ว


การปฏิสนธินอกร่างกาย หรือ เด็กหลอดแก้ว ( In Vitro Fertilisation- IVF) คือ เทคนิคของการปฏิสนธิสังเคราะห์ โดยการนำเซลล์ไข่ซึ่งถูกปฏิสนธิภายนอกร่างกายของผู้หญิง วิธีการนี้คือวิธีหลักๆ ในการแก้ไขปัญหาการที่ผู้หญิงนั้นไม่สามารถมีบุตรได้ โดยสรุปแล้ว กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการควบคุมกระบวนการการผลิตไข่ของสตรี ด้วยการนำไข่ออกมาจากผู้หญิง และปล่อยให้สเปิร์ม นั้นกระทำการปฏิสนธิกับไข่ของเพศหญิงภายในภาชนะบรรจุของเหลว หลังจากนั้น จึงถ่าย ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว หรือเอ็มบริโอ ไปยังมดลูกของผู้ป่วยเพื่อทำให้การตั้งครรภ์ ภายหลังจากการเกิดการปฏิสนธิแล้ว ไข่ที่ถูกผสมจะเจริญเติบโตและแบ่งตัวเป็นตัวอ่อน เมื่อตัวอ่อนเจริญเติบโตได้ 3-5 วัน จากนั้นจะทำการย้ายตัวอ่อนใส่กลับเข้าไปในโพรงมดลูกของผู้หญิง

                                            
                                               
ขั้นตอนการทำ
  1. แพทย์จะเลือกเก็บไข่ที่สมบูรณ์จากรังไข่โดยใช้เข็มดูดผ่านทางช่องคลอด โดยอาศัยเครื่องอัลตราซาวนด์ ซึ่งจำเป็นต้องให้ยาสลบเพื่อป้องกันความเจ็บปวด ใช้เวลาเก็บไข่ประมาณ 30 นาที 
    2.   ไข่และอสุจิจะถูกผสมกันในห้องปฏิบัติการเลี้ยงและควบคุมคุณภาพตัวอ่อน จากนั้น               ติดตามดูไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิใน 2 วันต่อมา

    3.    ในวันถัดมา ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจะกลายเป็นตัวอ่อน พร้อมที่จะย้ายเข้าโพรงมดลูกซึ่ง          มักจะทำในวันที่ 3-5 หลังวันเก็บไข่ ซึ่งขั้นตอนของการย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกไม่            จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารก่อนมาโรงพยาบาล ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ และใช้เวลา            ประมาณ 30 นาที


การกระตุ้นรังไข่ 
ขั้นตอนแรกของวิธีการ IVF คือการใช้ยากระตุ้นเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ไข่ที่จะโตรอบนั้นๆ ให้มากขึ้นและควบคุมระยะเวลาการตกไข่  ซึ่งทำได้โดยการใช้ฮอร์โมนพิเศษคือฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน (Gonadotropins) 

 การเก็บเซลล์ไข่
กระบวนการนี้จะทำหลังจากที่มีการฉีด hCG เป็นระยะเวลาประมาณ 32-36 ชั่วโมง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือ  อุลตราซาวด์สอดทางช่องคลอด และใช้เข็มดูดเซลล์ไข่ออกมาจากถุงน้ำในรังไข่ (ซึ่งจะมีหลายถุง) ใช้เวลาประมาณ15-30 นาที ขึ้นอยู่กับว่ามีจำนวนเซลล์ไข่มากหรือน้อยเพียงใด ในขั้นตอนนี้ผู้ป่วยจะได้รับยาทำให้หลับ
อาการแทรกซ้อนอย่างรุนแรงจากการเก็บเซลล์ไข่พบได้น้อย  แต่อาจมีผลข้างเคียงบางประการ เช่น ปวดท้องน้อย เลือดออกทางช่องคลอดปริมาณเล็กน้อย และตกขาวได้ หากอาการดังกล่าวไม่หายเองและมีความรุนแรงมากขึ้น จะต้องไปพบแพทย์ ส่วนอาการท้องบวมและรู้สึกอึดอัด ถือเป็นอาการเบื้องต้นของภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปดังนั้นจึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

ฮอร์โมน hCG

   เมื่อเริ่มมีการปฏิสนธิ ไข่ถูกผสมและมาฝังตัวอยู่ที่มดลูก ฮอร์โมนตัวแรกมีการเปลี่ยนแปลงก็คือ hCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin ฮอร์โมนตัวนี้ถูกสร้างจากเซลล์ในไข่ที่ถูกผสมและจะกลายเป็นรกต่อไป
       หน้าที่ กระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นๆ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ และฮอร์โมนตัวสำคัญที่จะต้องสร้างก็คือเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนนั่นเอง เพราะฮอร์โมนส่วนใหญ่
ของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้นจะถูกสร้างจากรก ตอนแรกที่ไข่เริ่มมีการผสม รกยังไม่เจริญเต็มที่ จึงต้องมีฮอร์โมน 
hCG เพื่อไปกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นๆ แต่พอรกเริ่มเจริญ
เติบโตเต็มที่แล้ว รกก็จะทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนตัวอื่นแทนรังไข่ ฮอร์โมน 
hCG ที่ ถูกสร้างมาเพื่อกระตุ้นรังไข่ก็เลยลดน้อยลงไป ดังนั้นเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น รกเจริญเต็มที่แล้ว ถ้าทำการตรวจปัสสาวะเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ก็อาจให้ผลลบได้ เนื่องจาก
ฮอร์โมน 
hCG มีระดับต่ำลงนั่นเองค่ะ       ฮอร์โมน hCG มีผลทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ท้อง
คลื่นไส้อาเจียนในช่วงแรกๆ
 หากในบางรายที่มีอาการแพ้ท้อง
มากๆ เพราะว่ามี 
hCG สูง ก็อาจจะต้องมีการตรวจเพิ่มเติมว่ามี
สิ่งผิดปกติหรือเปล่า เช่น ตั้งครรภ์แฝด หรือรกเจริญผิดปกติก็ได้ค่ะ


   ควรย้ายจำนวนตัวอ่อนจำนวน
จำนวนตัวอ่อนที่จะย้าย ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของคู่สมรส  โดยจะมีการพิจารณาถึงประวัติการตั้งครรภ์และการแท้งบุตร อายุของผู้ป่วย และความสมบูรณ์ของตัวอ่อน ในผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 35 ปี ซึ่งมารับการรักษาด้วยการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) เป็นรอบแรก จะแนะนำให้ย้ายตัวอ่อนเข้าไปฝังในโพรงมดลูกเพียง1-2 ตัวอ่อนเท่านั้น     แต่หากเป็นผู้ที่มารับการรักษาด้วยวิธี IVF หลายครั้งแล้วยังไม่เกิดการตั้งครรภ์ แพทย์อาจแนะนำให้มีการย้ายตัวอ่อนเพื่อฝังในมดลูกในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ อย่างไรก็ตามการทำเช่นนี้ อาจทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดสูงขึ้นด้วย
อัตราการฝังตัวที่มดลูกของตัวอ่อน ในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 40 ปีจะไม่ดีเท่าผู้ป่วยที่มีอายุน้อย จึงมักจะย้ายตัวอ่อนหลายตัวมากขึ้น  บางกรณีอาจย้ายมากถึง 5 ตัว 
ในกรณีที่ผู้ป่วยอายุมากใช้ไข่ผู้บริจาคจากผู้ที่มีอายุน้อยกว่า จะมีอัตราที่ไข่ฝังตัวในโพรงมดลูกเท่ากับของผู้บริจาค(ซึ่งมีอายุน้อยกว่า) ดังนั้นจึงมักแนะนำไม่ให้มีการย้ายตัวอ่อนมาฝังในโพรงมดลูกมากกว่า 1-2 ตัวอ่อน ในกรณีดังกล่าว


   
ระยะเวลาในการทำเด็กหลอกแก้ว

            กระบวนการทำเด็กหลอดแก้วใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 4-6 สัปดาห์จึงจะสมบูรณ์ โดยหลังการย้ายตัวอ่อนเข้าโพรงมดลูกประมาณ 2 สัปดาห์แพทย์จะนัดมาตรวจเลือดเพื่อทดสอบการตั้งครรภ์



การทำเด็กหลอกแก้วเหมาะกับ
  1.    คู่สมรสที่ฝ่ายหญิงมีท่อนำไข่อุดตันหรือท่อนำไข่ถูกทำลาย
  2.    คู่สมรสที่ฝายชายมีปัญหาเกี่ยวกับเชื้ออสุจิ ได้แก่ มีจำนวนอสุจิน้อย อสุจิเคลื่อนที่ได้      ไม่ดี
  3.    คู่สมรสที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการมีบุตรยาก และพยายามมีบุตรมามากกว่า 3 ปี















ผลสำเร็จในการรักษาด้วยวิธี IVF

ผลสำเร็จในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยวิธี IVF นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิเช่น อายุของฝ่ายหญิง คุณภาพของไข่ จำนวนของอสุจิ โดยทั่วไปจะมีโอกาสตั้งครรภ์อยู่ที่ร้อยละ 15-35 ทารกที่เกิดมานั้นอาจมีโอกาสเกิดความพิการไม่แตกต่างจากการตั้งครรภ์ธรรมชาติ